Be My Guest: 15 most famous guests in records
posted on 18 Nov 2009 14:48 by drwinston in musicผมคงไม่พูดถึงเพลงฮิปฮอปยุคใหม่ที่การมีแขกรับเชิญมาช่วยแร็ปถือเป็นเรื่องปกติมากกว่าไม่มี หรือในวงการแจ๊ซที่เดินเล่นเข้าออกในแผ่นเสียงของเพื่อนฝูงกันสนุกสนานก็คงไม่ไปยุ่งด้วย แต่จะเล่าถึงการ"เชิญแขก"มาช่วยเล่นดนตรีในเพลงฮิต15เพลงตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาที่ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทั้งในแง่ของผู้เชิญและผู้ถูกเชิญ
ทำไมนักดนตรีถึงต้องเชิญ"แขก"มาเล่นดนตรีด้วย? เหตุผลมีแตกต่างกันไป ตั้งแต่เหตุผลอนาถๆทางพาณิชย์ด้วยหวังว่าชื่อเสียงของแขกจะช่วยฉุดยอดขายให้ เหตุผลที่น่าสงสาร-นักดนตรีในวงไม่มีปัญญาเล่น หรือเหตุผลที่ไม่น่าจะเป็นเหตุเป็นผล-เชิญแขกเข้ามาเล่นเพื่อให้คนในวงเลิกทะเลาะกัน! ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใด อย่างน้อยที่สุด การมีแขกรับเชิญมาร่วมสังคายนาด้วยก็มักจะให้ผลในทางที่ดีแก่เจ้าบ้านเสมอๆ แต่บางครั้งก็"ดีเกินไป" จนกระทั่งผู้ฟังชักจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของบ้านกันแน่ฟะ?
แรกเริ่มคัดมาได้ 30 เพลง แต่คงจะมากมายชวนเลี่ยนเกินไป ตั้งใจว่าจะตัดให้เหลือแค่ 10 แต่สุดท้ายก็เฉือนไม่ลง ได้แค่ 15 ครับ และจัดอันดับความยิ่งใหญ่และลงตัวของการเชิญแขกไว้ด้วย โดยพิจารณาในหลายๆด้าน อาทิ ความสมบูรณ์แบบของความลงตัวของแขกกับเจ้าบ้าน ความน่าตื่นตะลึง ความเป็นที่นิยม.... และความเป็นอมตะ เป็นต้น
มาเริ่มกันที่อันดับ 15 ที่บางทีอาจจะเป็นการเชิญแขกที่ล้มเหลวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เพลงป๊อบ
เพลงใครหว่า?
15.Easy Lover - Philip Bailey (Phil Collins-ร้อง,กลอง)
ฟิลิปเป็นนักร้องคนหนึ่งของวงฟังกี้-โซลชื่อกระฉ่อน Earth, Wind & Fire และเขาก็ชวนฟิล คอลลินส์ (ผู้ซึ่งขณะนั้นเป็นศิลปินมือทองที่สุดแห่งยุค) มาโปรดิวซ์อัลบั้มเดี่ยวชุดที่สองของเขานี้ให้ และทุกวันนี้ก็ไม่มีใครจำเพลงใดๆจากอัลบั้มนี้ได้อีกนอกจาก Easy Lover ที่สองหนุ่มร้องคู่กัน และแย่ไปกว่านั้นหลายคนคงไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่านี่ มันเพลงของฟิลิปนะว้อย ไม่ใช่ฟิล และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนได้ทำงานร่วมกัน
Guest Power=60/100
หาฟังได้ใน Philip Bailey-Chinese Walls
หนึ่งดิว่ามาร้องกับหลานๆ
14.What Have I Done To Deserve This?-Pet Shop Boys (Dusty Springfield-ร้อง)
สองหนุ่มซินธ์ป๊อบที่กำลังดังระเบิดในยุคต้น80's เลือกท่านป้าดัสตี้มาร้องในเพลงนี้ถือเป็นความสัมพันธ์แบบ win-win โดยแท้ โดย PSB ก็ได้เสียงเท่ๆของเจ้าป้ามาประดับเพลง ที่แม้เธอจะร้องไม่กี่ท่อนแต่ก็เฉียบขาดเหลือหลาย ส่วนเจ้าป้าก็ได้เปิดตลาดสู่วงกว้างอีกครั้งด้วยการเกาะติดชายผ้าเหลืองของเด็กร้านสัตว์เลี้ยงสองคนนี้ เพราะเพลงๆนี้ทำให้ผมได้ค้นพบเพลงเพราะๆอีกมากมายของเจ้าป้า โดยเฉพาะ Son Of A Preacher Man ที่เป็นหนึ่งในเพลงที่ยอมตายไปกับมันได้ตลอดกาล....(อยู่ในหนัง Pulp Fiction ด้วยนะ)
Guest Power=72/100
หาฟังได้ใน Pet Shop Boys-Actually
จังหวะแห่งการชิ่งหญิง (50 แบบ)
13.50 Ways To Leave Your Lover -Paul Simon (Steve Gadd-กลอง)
การตีกลองของยอดมือกลองห้องอัดสตีฟ แกดด์นั้นมีบุคลิกที่เคร่งครัด ทุกๆโน้ตที่แกฟาดลงไปบนแผ่นหนังและฉาบแฉถูกคำนวณไว้ตั้งแต่แกออกจากบ้านเมื่อเช้า การเดินจังหวะตลอดเพลงของแกดด์ใน 50 Ways... เป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อให้แกดด์ที่สุด เรียกว่านอกจากเสียงร้องของไซมอนแล้ว นี่เป็นสิ่งแรกที่แฟนเพลงนึกถึงเมื่อพูดถึงเพลงนี้ (อนึ่ง มันมีไม่ถึง 50 วิธีหรอกครับที่จะพอลแนะนำไว้ในเพลงนี้...ในการที่จะทิ้งแฟนคุณ)
Guest Power=75/100
หาฟังได้ใน Paul Simon-Still Crazy After All These Years
ต้องผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
12.Innuendo-Queen (Steve Howe-กีต้าร์)
สตีฟ ฮาวโชว์การเล่นกีต้าร์ฟลาเมงโกอย่างเหนือชั้นในท่อนกลางของเพลงนี้ จากอัลบั้มสุดท้ายที่เฟรดดี้ทำไว้กับควีน และมันก็กลายเป็นเพลงยิ่งใหญ่เพลงท้ายๆของพวกเขา ไบรอัน เมย์มือกีต้าร์ตัวจริงของควีนยังยอมรับอย่างหน้าชื่นหัวบาน(ฟู)ว่า เขาเล่นสไตล์นี้ไม่ได้จริงๆเลยต้องเชิญฮาวมาโซ้ยแทน ซึ่งน่าจะเป็นของหวานสำหรับเซียนกีต้าร์สารพัดพิษอย่างฮาว... เข้าทางอยู่แล้ว
Guest Power=75/100
หาฟังได้ใน Queen-Innuendo
ขอบคุณค่ะ/ครับ
11.Stan – Eminem (Dido-sampling vocal)
ถ้าไม่มีเสียงร้องเพราะๆที่ตัดมาจากเพลง Thank You ของ Dido แทรกอยู่ใน Stan ผมก็มั่นใจว่าเพลงนี้จะไม่ดังติดตลาดและกลายเป็นหนึ่งในเพลงฮิปฮอปคลาสสิกตลอดกาลเช่นนี้ และในขณะเดียวกัน สาวน้อย Dido ก็คงไม่ได้กลายเป็นศิลปินหญิงที่ขายอัลบั้มได้มากที่สุดคนหนึ่งแห่งทศวรรษถ้าเธอไม่ให้หยิบยืมเพลงนี้มา ลองพิสูจน์กันอีกระดับหนึ่งก็ได้กับการฟังเพลงนี้ในเวอร์ชั่นที่เปลี่ยนเสียง Dido เป็น Elton John!
Guest Power=75/100
หาฟังได้ใน Eminem-The Marshall Mathers LP (เวอร์ชั่นเอลตัน จอห์นอยู่ในรวมฮิต Curtail Call)
มนต์วูดูและวินวู้ด
10.Voodoo Child (Slight Return)-The Jimi Hendrix Experience (Steve Winwood-ออร์แกน)
ออร์แกนของสตีฟ วินวู้ดเป็นผงชูรสเข้มข้นที่เหยาะลงไปบนเสียงกีต้าร์ร้อนแรงยอกย้อนบนบทเพลงเอกของราชากีต้าร์ไฟฟ้าที่ไม่มีใครแย่งบัลลังก์ได้คนนี้ หลายคนคงไม่รู้ว่าสตีฟเล่นในเพลงนี้ด้วย เขาเพิ่งนำเพลงนี้มาเล่นกับแคลปตันในคอนเสิร์ตเมื่อไม่นานมานี้ (อยู่ในอัลบั้มแสดงสดชุดใหม่ของทั้งสองที่เพิ่งออกมาด้วย)
Guest Power=75/100
หาฟังได้ใน The Jimi Hendrix Experience-Electric Ladyland
เปียโนยามเช้า
9.Morning Has Broken-Cat Stevens (Rick Wakeman-เปียโน)
ไม่ใช่ว่าริค เวคแมนราชาคีย์บอร์ดแห่ง Yes จะเก่งแค่การเล่นซินธ์เฟี้ยวฟ้าวหวือหวา แต่ในสไตล์ piano painting นี้เขาก็ทำได้สุดยอด ถ้าขาดสิ่งนี้ไปเพลงงามๆของป๋าแคทก็คงไม่เพราะเท่านี้แน่ครับ และอย่าลืมติดตามผลงานของเขา (ริค)ใน Hunky Dory อัลบั้มคลาสสิกในยุคต้น 70’sของ เดวิดโบวี่ด้วย
Guest Power=77/100
หาฟังได้ใน Cat Stevens-Teaser and the Firecat
สาวจีนในเท็กซัส
8.China Girl-David Bowie (Stevie Ray Vaughan-กีต้าร์)
นามของเขาคือ สตีวี่ เรย์ วอห์น โคตรเซียนกีต้าร์บลูส์จากเท็กซัส ที่โบวี่ไปเห็นฝีมือด้วยตาตัวเองและเชิญมาเล่นทั้งอัลบั้ม Let's Dance งานกีต้าร์ของวอห์นเข้ากับเพลงเต้นรำในอัลบั้มนี้อย่างไม่น่าเชื่อ และมันก็ฟังดูดีกว่าในงานเดี่ยวของเขาเสียอีก อาจเป็นเพราะเขาต้องทำให้มันรวบรัดกระชับความมากกว่า ไม่เหมือนงานในนามตนเองที่จะโซโล่หูดับตับไหม้อย่างไรก็ไม่มีใครว่า และขอบ่นเสียดายตรงนี้อีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ได้จำแล้วว่า เสียดาย...ที่วอห์นไม่ได้มาเมืองไทยกับโบวี่ในทัวร์ครั้งนั้นเพราะตกลงกันเรื่องเงินๆทองๆไม่ได้ (บางกระแสก็บอกว่าเป็นเรื่องของการเป็นห่วงงานส่วนตัวกับวง Double Trouble)
Guest Power=80/100
หาฟังได้ใน David Bowie-Let’s Dance
โซโลจากปรมาจารย์
7.Just The Way You Are-Billy Joel (Phil Woods-อัลโต้แซ็กโซโฟน)
เอาน่า แม้จะโหลไปหน่อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าท่อนโซโลอัลโตแซ็กของ ฟิล วู้ดส์ในเพลงนี้นั้นช่างเป็นperformance ที่ประเสริฐเหนือคำบรรยายใดๆไม่ว่าจะเป็นภาษาไหน มันเป็นการโซโลที่ไม่ยาว แต่ทุกวินาทีมีเนื้อหาและความไพเราะรวมทั้งอารมณ์ที่ยิ่งกว่าสมบูรณ์แบบ ว่ากันว่ามือแซ็กประจำวงของโจลไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำ ใจอะไรเลยที่โจลเชิญวู้ดส์มาเล่น เพราะเขาคิดว่า วู้ดส์นั้นอยู่เหนือการเปรียบเทียบกับเขาอยู่แล้วในยุคนั้น ประมาณว่าเป็นมวยคนละน้ำหนัก... (ไมเคิล เบร็กเกอร์ก็ทำไว้ได้ดีมากๆเช่นกันในการโซโลเพลงนี้ในเวอร์ชั่นของเจ๊ ไดอาน่า คอสเตลโล)
Guest Power=90/100
หาฟังได้ใน Billy Joel-The Stranger
หนูไม่เคยลืมพ่อ
6.Unforgettable-Natalie Cole (Nat King Cole-ร้องคู่)
ประเพณีของการนำเสียงร้องของผู้ล่วงลับไปแล้วมาร้องคู่อีกครั้งไม่ได้เริ่มครั้งแรกในปี 1991 นี้ แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำได้น่าจดจำและ... “ลืมไม่ลง” เท่าการที่ Natalie ร้องคู่กับ Nat ในเพลง Unforgettable นี้ จากการประพันธ์ของ Irving Gordon ต้นฉบับนั้น Cole ผู้พ่อขับร้องด้วยเสียงหวานทุ้มลึกไม่มีใครเหมือนของเขาเอาไว้ตั้งแต่ปี 1951 เสน่ห์ของการร้องคู่เทียมๆนี้คือความเป็นธรรมชาติและอารมณ์ซาบซึ้งที่สร้างความประทับใจทั้งๆที่ผู้ฟังแทบทุกคนรู้ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะ Cole ผู้พ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 1965 (พ.ศ. ๒๕๐๘)
Guest Power=90/100
หาฟังได้ใน Natalie Cole-Unforgettable….with Love
เห่าหอนเพื่อเอ็มทีวี
5. Money For Nothing-Dire Straits (Sting-หอน+ร้องประสาน+ร้อง)
ถึงแม้ยอดชายนายสติงจะไม่มาหอนวู้ๆในเพลงดังเพลงนี้ของบักมาร์ค นอฟเลอร์และวงของเขา มันก็คงจะดังอยู่ดีนั่นแหละ เพราะของเขาแรงจริงๆทั้งเพลงและวิดีโอ แต่ใครเล่าจะมาทำเสียง I want my...MTV ตอนอินโทรได้เข้มขลังมลังเมลืองและไม่ชวนขำเสียก่อนเหมือนกับที่นายกอร์ดอน ซัมเมอร์สผู้นี้ทำไว้?
Guest Power=92/100
หาฟังได้ใน Dire Straits-Brothers In Arms
คืนวันดวล
4.Layla-Derek and the Dominos (Duane Allman-สไลด์กีต้าร์)
ถ้าฟังไม่ผิดชื่อของมือสไลด์จากวง The Allman Brothers คนนี้น่าจะออกเสียงว่า "ดู-เว่น" แต่เราก็ติดแล้วที่จะเรียกเขาว่า "ดวน" และงาน Layla นี้ก็เป็นเรื่องของการ"ดวล" กีต้าร์ระหว่างเขากับแคลปตันแทบทั้งอัลบั้ม โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายของ Layla การประชันเสียงกีต้าร์ของทั้งสองเทพไม่ต่างอะไรกับจอมยุทธที่วาดลวดลายเพลงกระบี่ใส่กันบนปุยเมฆให้เราเห็นเป็นบุญตา น่าเสียดายยิ่งนักที่ดวนประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซด์เสียชีวิตหลังจากอัลบั้มนี้ไม่นาน การร่วมงานของทั้งสองเทพจึงยุติลงแค่นี้
Guest Power=95/100
หาฟังได้ใน Derek and the Dominos-Layla and other Assorted Love Songs
It doesn't matter who's wrong or who's right?
3.Beat It-Michael Jackson (Eddie Van Halen-โซโลกีต้าร์)
ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์หลายสาขาลงความเห็นกันแล้วว่าแผนการแสดงคอนเสิร์ท 50 รอบในลอนดอนของไมเคิลในช่วงกลางปีนี้ (2009) นั้น แม้จะเป็นนักดนตรีโอลิมปิกฟิตๆก็ยังไม่น่าจะเอาชีวิตรอดได้ นับประสาอะไรกับชายวัย 50 กว่าๆที่เปราะบางยิ่งกว่าปีกแมลงปออย่างอดีตราชาแห่งป๊อบผูี้นี้ เขาจะมูนวอล์ค หมุนตัว กุมเป้าได้น่ารักน่าชังเหมือนเดิมหรือไม่ หรือจะไปไม่รอดแค่เวทีแรก ก็ยังเป็นที่น่าสงสัย รวมทั้งแกจะเชิญใครมาเล่นโซโลในเพลง Beat It นี้ ที่เอ็ดดี้ แวน แฮเลน เล่นไว้ได้อย่างสุดยอด ยุคสมัยนั้นม้นยากที่จะจินตนาการว่าเสียงโซโลแบบเมทัลจ๋าๆจะไปกับแบล็คมิวสิกได้ยังไง แต่เอ็ดก็ทำได้ เหนืออื่นใดคือความพอดีและลงตัวที่ไม่เกินหน้าเจ้าของเพลง แต่ก็ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเต็มเหนี่ยว
Guest Power=95/100
หาฟังได้ใน Michael Jackson-Thriller
จิ๊กโก๋*คอยเพื่อน (*อาจอกหัก)
2.Waiting On A Friend - The Rolling Stones (Sonny Rollins-เทเนอร์แซ็กโซโฟน)
จะว่าไปซันนี่ โรลลินส์นั้นคือพระเจ้าองค์หนึ่งแห่งเทเนอร์แซ็ก (ในตอนนั้น และจวบจนในทุกวันนี้) อยู่ดีๆใครจะคิดว่าเขาจะสนใจมาให้เสียงในเพลงริธึ่มแอนด์บลูส์ที่น่ารักแบบดิบๆของพวกหินกลิ้ง performance ของรอลลินส์ในเพลงนี้ต้องเรียกว่าเขาใส่ไม่ยั้งมือไม่มีออม น่าประหลาดที่มันเข้ากับเพลงจิ๊กโก๋คอยเพื่อนเพลงนี้ได้ดิบดี ในการแสดงของสโตนส์ในช่วงปีหลังๆจะใช้บริการของ Joshua Redman นักแซ็กรุ่นเกือบใหม่ที่พยายามจะเดินตามรอยรอลลินส์อยู่ในการโซโลเพลง Waiting On A Friend นี้
Guest Power=97/100
หาฟังได้ใน The Rolling Stones-Tattoo You
ครวญกีต้าร์นี้เพื่อเพื่อนรัก
1.While My Guitar Gently Weeps-The Beatles (Eric Clapton-กีต้าร์)
จอร์จ แฮริสัน เต่าทองผู้เงียบขรึม(ที่สุด) รู้ดีว่าเพลงนี้ของเขามีดีพอที่จะเป็นเพลงของ Beatles ในอัลบั้มใหม่ที่กำลังทำกันอยู่นี้ได้ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขานำเพลงนี้มาเล่นกับเพื่อนทั้งสามในห้องอัด ผลที่ได้กลับกลายเป็นงานดนตรีที่เคว้งคว้างไร้จุดหมายและเหนื่อยล้า จอร์จจึงมีไอเดียจะเชิญแคลปตันที่เป็นเพื่อนสนิทของเขามาเป็นยาถอนพิษร้ายในเพลงนี้ แคลปตันในตอนแรกก็หวาดๆ เพราะเป็นที่รู้กันว่าโดยทั่วไปเต่าทองจะไม่เชิญคนนอกเข้ามาจุ้นจ้านในการบันทึกเสียงเด็ดขาด โดยเฉพาะมือกีต้าร์ แต่จอร์จก็ยืนยันว่านี่เป็นเพลงของเขา ถ้าเขาต้องการมันก็ต้องเป็นไปตามนั้น การเข้ามาของแคลปตันทำให้อีกสามเต่าทองรู้สึกละอายใจที่จะเล่นดนตรีแบบซังกะตาย จอร์จคิดถูก มันทำให้ While My Guitar Gently Weeps เป็นเพลงที่โดดเด่นที่สุดเพลงหนึ่งใน White Album อย่างไม่มีใครกล้าเถียง แคลปตันไม่ได้เครดิตใดๆในเพลงนี้เป็นลายลักษณ์อักษร และเขายังพยายามแต่งเสียงให้กีต้าร์ของเขามีสุ้มเสียงต่างไปจากเดิมอีกด้วย ทำตัวน่ารักอย่างนี้ มิน่าจอร์จถึงยกเมียให้ตั้งคนหนึ่ง
Guest Power=100/100
หาฟังได้ใน The Beatles-The Beatles (White Album) และฟังแคลปตันถอดวิญญาณเล่นอุทิศให้จอร์จอีกครั้งใน Concert For George
edit @ 18 Nov 2009 14:49:31 by winston